เทคโนโลยี 2018-2019 ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งสาย IT ไม่ควรพลาด

สำหรับปีในช่วงระหว่าง 2018-2019 นั้นนับได้ว่าเป็นปีทองคำของยุคเทคโนโลยีเลยก็ว่าได้นะ กับการที่เทคโนโลยีเบื้องต้นต่างๆมีความพร้อมเพรียงรองรับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้จริงทั้งยังในชีวิตประจำวันรวมทั้งเชิงธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ในเนื้อหานี้ทางเรา ขอสรุปเทคโนโลยีที่น่าเฝ้ามองจับาดู ทั้งยังสำหรับคนสาย IT และก็คนทำมาค้าขายที่ควรจะติดตามในปี2018-2019 นี้เอาไว้ดังต่อไปนี้ไปูกันเลย

1. Image Recognition

เป็นหัวข้อที่จำต้องเขียนแยกจากเรื่องของ AI, ML, DL ด้วยเหตุว่า Image Recognition นี้มีลักษณะท่าทางว่าจะแปลงเป็นกรณีการใช้แรงงานแรกของหลายธุรกิจสำหรับเพื่อการนำ เทคโนโลยีดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วมาปรับใช้ด้วยการนำข้อมูลซึ่งสามารถเก็บรวบรวมได้ง่ายที่สุดอย่างรูปหรือรูปภาพที่เอามาจากกล้องวงจรปิด รวมทั้ง Open Dataต่างๆมาใช้ศึกษาด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับสร้าง AI ที่เริ่มง่ายจนกระทั่งทำให้คนธรรมดาสามารถช่วยกำหนดตำแหน่งของข้าวของในรูปภาพได้โดยง่ายเพิ่มขึ้น ทั้งยังยังเป็นกรณีการใช้แรงงานหลักในหลายธุรกิจยกตัวอย่างเช่นวิธีการทำ Quality Control ในโรงงานผลิตการตรวจจับวัตถุจากกล้องวงจรปิดการใช้ Drone สอดส่องสิ่งต่างๆรวมทั้งอื่นๆ อีกด้วย

2. Artificial Intelligence (AI), Machine Learning (ML), Deep Learning (DL)

หัวข้อของ AI, ML, DL นี้นับวันจะยิ่งเร่าร้อนขึ้นเรื่อยเมื่อเริ่มมีกรณีการใช้แรงงานเกิดขึ้นจริงมากขึ้นอุปกรณ์เริ่มง่ายและก็นานัปการขึ้น รวมทั้งภาคธุรกิจเริ่มมองเห็นความน่าจะเป็นสำหรับการประยุกต์ใช้งานในธุรกิจของตัวเองเพิ่มมากขึ้นด้วยเหตุนี้แน่ๆว่า AI เองก็จะเกิดเรื่องที่ทุกคนจะต้องทำความเข้าใจกันอย่างแน่แท้ในปีนี้

ปัญหาที่น่าดึงดูดเป็นคนไหนบ้างที่ควรพึงพอใจในเทคโนโลยีกลุ่มนี้คำตอบก็คือดูเหมือนจะทุกคนควรจำเป็นต้องหันมามีความสนใจกันได้แล้ว เนื่องจาก AI, ML, DL เริ่มถูกเอาไปใช้งานกันอย่างล้นหลามในดูเหมือนจะทุกแวดวง ตอบปัญหาทั้งยังในฝั่งของธุรกิจแล้วก็ฝั่งผู้ซื้อ ด้วยเหตุนั้นเทคโนโลยีกลุ่มนี้ย่อมจำเป็นต้องก่อให้เกิดผลเสียต่อชีวิตพวกเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วก็แน่ๆว่าการรู้จักเทคโนโลยีพวกนี้ให้รู้เรื่องลักษณะการทำงาน จนกระทั่งเพียงพอจะทราบดีว่าจะประยุกต์ใช้งานได้เช่นไรนั้นก็จะเป็นการสร้างจังหวะที่ดีอย่างแน่แท้

นอกเหนือจากนั้น แนวทางของเทคโนโลยีกลุ่มนี้นับวันจะยิ่งง่ายมากยิ่งขึ้นเรื่อยเพื่อผู้ชำนาญในอาชีพกิ่งก้านสาขาต่างๆสามารถนำอุปกรณ์รวมทั้งข้อมูลที่มีอยู่ไปสร้าง AI ที่รองรับในสิ่งที่ต้องการได้ด้วยตัวเองมากเพิ่มขึ้น โดยเหตุนั้นถ้าหากผู้ใดกันแน่มั่นใจว่า AI คือเรื่องของคนสาย IT แค่นั้นก็ควรจะรีบเปลี่ยนแปลงความคิดเสียใหม่ รวมทั้งเริ่มศึกษาเล่าเรียนเพื่อคว้าจังหวะในอนาคตกันได้แล้ว

3. Blockchain

ปีให้หลังก็นับว่าเป็นปีที่รุนแรงของ Blockchain เหมือนกันสำหรับเพื่อการประยุกต์ใช้สร้างโครงงานขนาดใหญ่ของทั้งยังฝั่งธุรกิจการคลังและก็ภาครัฐ รวมทั้งมีการนำ Blockchain ไปใช้ตอบปัญหาใหม่ๆมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ กล่าวได้ว่าถ้าในสมัยก่อนคน IT ควรจะมีวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Excel หรือ Database ถัดไปก็บางทีอาจควรจะมีวิชาความรู้ฐานรากของ Blockchain กันบ้าง

อย่างไรก็แล้วแต่ ในปี 2018 นี้พวกเราคงจะได้มองเห็นการนำ Blockchain หลายระบบมาทำงานด้วยกัน เพื่อสามารถแลกข้อมูลผ่านระบบ Blockchain กันได้ แล้วก็จะได้มองเห็นพัฒนาการของ Blockchain กันมากเพิ่มขึ้นด้วยแนวความคิดใหม่ๆโดยเหตุนั้นการเรียนเบื้องต้นของ Blockchain เอาไว้ก็จะก่อให้ทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะเกิดมาในอนาคตได้ด้วยเหมือนกัน รวมทั้งจะก่อให้รู้เรื่องเหตุว่าเพราะเหตุไรเทคโนโลยีหรือบริการบางสิ่งถึงจำเป็นต้องเลือกใช้ Blockchain แล้วมันดีมากยิ่งกว่า Database แบบเดิมยังไง

ส่วนสำหรับคนธรรมดาทั่วไป รู้เรื่อง Blockchain ว่าเพราะเหตุใดมันถึงน่าไว้วางใจ แล้วก็เพราะอะไรภาคธุรกิจถึงต้องการนำ Blockchain มาใช้งานกันก็คงจะพอเพียงแล้ว แต่ว่าก็เหมือนกับ AI เพราะเหตุว่าถ้าเกิดรู้เรื่องในวิธีการของ Blockchain แล้วก็มองออกว่าจะเอามาปรับใช้ในธุรกิจของตัวเองได้เช่นไร ก็จะเป็นการสร้างช่องทางที่น่าดึงดูดไม่น้อยทีเดียว

4. Container, Docker, Kubernetes

ประเด็นนี้สำหรับผู้ที่ไม่ใช่สาย IT ผ่านไปได้เลย แม้กระนั้นสำหรับคน IT นี่เป็นเรื่องที่ห้ามผ่านไปเด็ดขาด เพราะเหตุว่าเทคโนโลยีฝั่ง Container นั้นเกือบจะยึดตลาด Cloud-Native Application ไปทั้งผองแล้ว รวมทั้งในอนาคตก็มีทิศทางว่าจะเข้ามายึดตลาด Software-Defined ที่แอบแฝงอยู่ในเทคโนโลยีอื่นๆทั้งปวงด้วย ด้วยจุดเด่นเรื่องความง่ายสำหรับเพื่อการควบคุม Environment สำหรับระบบต่างๆสำหรับในการ Deploy ทั้งยังยังมีวัสดุต่างๆจาก Dockerและก็ Kubernetes มาช่วยทำให้ชีวิตง่ายมากยิ่งขึ้น (รวมทั้งยากขึ้นในบางเวลาก็ทำให้เทคโนโลยีฝั่งนี้เป็นสิ่งที่เว้นแต่ Developer รวมทั้ง System Engineer จำเป็นที่จะต้องศึกษากันแล้ว เหล่าคนทำงานสาย Network แล้วก็Security ก็จำเป็นต้องทำความเข้าใจด้วยเหมือนกัน

นอกนั้น ด้วยแนวโน้มการมาของหลักสำคัญเรื่อง Multi-Cloud Strategy (จะมีกล่าวอย่างรอบคอบอีกครั้งในวันหลังก็ทำให้ Container ได้เปลี่ยนเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับเพื่อการจัดแจง Application เพื่อ Application ต่างๆสามารถดำเนินงานบน Cloud ของผู้ให้บริการายใดก็ได้ และก็สามารถเคลื่อนย้ายผ่านผู้ให้บริการ หรือย้ายกลับมายัง Private Cloud ข้างในหน่วยงานได้ ก็เป็นอีกเหตุผลที่ควรจะต้องเริ่มตั้งอกตั้งใจศึกษากันได้แล้ว

5. Chatbot & Conversational Platform

ภาษามนุษย์ทั้งยังในลักษณะของการพิมพ์แล้วก็การพูดนั้นเริ่มจะเปลี่ยนมาเป็นอีกหนึ่ง Interface ที่มนุษย์เราใช้ตอบโต้กับระบบ IT รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างเป็นจริงเป็นจังแล้ว โดยเกือบทุกเครื่องใช้ไม้สอย PC, Notebookรวมทั้ง Mobile ที่ใช้งานในทุกวันนี้ก็มีฟังก์ชันนี้รองรับได้ในภาษาอังกฤษกันดูเหมือนจะทุกเครื่องมือ รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับกำแพงด้านภาษาที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาภาษาไทยเคยเจอนั้นก็จะเบาๆเริ่มถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยเพราะว่าก็เริ่มมีเหล่าธุรกิจไทยที่มองเห็นจังหวะแล้วก็เริ่มปรับปรุงในหัวข้อนี้กันเยอะขึ้นโดยตลอด

หัวข้อที่น่าดึงดูดเป็นเทคโนโลยีนี้จะถูกเอาไปใช้เป็น Interface รากฐานใน Application ต่างๆด้วยในอนาคต อีกทั้งMobile Application, Internet of Things แล้วก็ Kiosk ทำให้พวกเราไม่ต้องติดต่อสื่อสารกับระบบพวกนั้นด้วยผู้กระทำปุ่มหรือสัมผัสจออีกต่อไป แต่ว่าสามารถใช้เสียงสั่งหรือพิมพ์ใจความได้เลย ซึ่งก็จะมิได้มีเพียงแค่เทคโนโลยีสำหรับ Consumer เพียงแค่นั้น แต่ว่าระบบ Application สำหรับหน่วยงานก็จะนำเทคโนโลยีพวกนี้ไปปรับใช้ สร้างเป็นผู้ช่วยเสมอเหมือนสำหรับการดำเนินงานด้วยระบบต่างๆด้วย โดยเดี๋ยวนี้ระบบสัมมนาระยะไกลหรือ Video Conference / Web Conference ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง หรือแม้กระทั้งระบบ ERP จากบางค่ายเองก็มีเทคโนโลยีพวกนี้ให้ใช้ได้แล้วด้วยเช่นเดียวกัน

ในเวลาเดียวกัน สำหรับเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ถ้าเกิดจะกระทำเลือกใช้งาน E-Commerce Platform หรือ Social Network สำหรับค้าขาย ถัดไปก็บางทีอาจจำต้องพินิจเหตุว่าระบบพวกนั้นมี Chatbot ให้พร้อมใช้งานได้ในระดับไหนตั้งค่าเองได้ง่ายเพียงใดช่วยลดภาระหน้าที่งานให้ได้มากน้อยขนาดไหน รวมทั้งช่วยทำให้เพิ่มยอดจำหน่ายได้ง่ายๆหรือเปล่า เนื่องจากว่า Chatbot นี้ได้เปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของการบรรลุผลครั้งใหญ่ในระบบ E-Commerceของ Alibaba ที่ทำลายสถิติในวันคนไม่มีคนรักก่อนหน้านี้ไปแล้ว

ดังนี้การออกแบบประสบการณ์การใช้แรงงาน Interface พวกนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นอีกเรื่องใหญ่ที่น่าดึงดูดและก็นับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่ เพราะเหตุว่าจุดหมายของการออกแบบเป็นแนวทางการทำให้ระบบสามารถสนองตอบกับมนุษย์ได้เปรียบเสมือนกับว่าเป็นมนุษย์มาคุยด้วย และก็มีความฉลาดหลักแหลมด้วย โดยเหตุนี้มุมสำหรับเพื่อการดีไซน์รวมทั้งทดลองก็ต้องต่างออกไปจากสมัยก่อนเยอะพอสมควร

6. Cryptocurrency & ICO

ทั้งคน IT แล้วก็บุคคลภายนอกสาย IT ก็คงจะได้ยินเรื่องราวของ Cryptocurrency กันมาตลอดทั้งปี 2017 แล้วก็มาได้ยินหนักกันในช่วงปลายปีนี้ที่ค่าของสิ่งพวกนี้พุ่งสูงมากขึ้นจนถึงน่าตกใจ (จริงๆแล้วมันน่าตกใจมานานสุดแท้แต่คนไม่ค่อยได้ตามข่าวสารกันซึ่งการลงทุนหรือการเก็งกำไรใน Cryptocurrency นี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ใครๆก็สามารถทำเป็นทั้งนั้น และอยู่บนการเสี่ยงที่ทุกคนจะต้องพิเคราะห์ตกลงใจด้วยตัวเองทั้งหมดด้วยด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะศึกษาและก็ทำความเข้าใจเพื่อจะได้ประเมินหลักสำคัญกลุ่มนี้ด้วยตัวเองได้ ก็บางทีอาจนับเป็นอีกจังหวะหนึ่งสำหรับการบริหารจัดแจงเงินเก็บได้เช่นเดียวกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูดเป็นเรื่องของวิธีการทำ ICO ที่ในไทยเริ่มมีธุรกิจนำแนวทางลักษณะนี้กริ้วสูดดมทุนกันแล้ว การรีบทำความเข้าใจจนกระทั่งสามารถประเมินการเสี่ยงต่างๆได้ด้วยตัวเองนั้นก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีในยามนี้ เนื่องจากว่าจะได้ประเมินจังหวะต่างๆด้วยตัวเองได้ถ้าหากจังหวะมาถึง

7. Drone & Robot

ด้วยความรุ่งเรืองของเทคโนโลยีในฝั่ง AI ก็ทำให้การนำ Drone รวมทั้ง Robot มาใช้งานจริงในธุรกิจนั้นมีความมากมายหลายและก็คุ้มสูงมากขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ตอนที่กรณีการใช้แรงงานจริงในต่างถิ่นก็เริ่มมีให้มองเห็นเป็นตัวอย่างกันในนานัปการอุตสาหกรรม ทั้ง Ecosystem ในไทยก็เริ่มมีตัวแทนขาย Drone รวมทั้ง Robot สำหรับภาคธุรกิจกันเพิ่มมากขึ้นแล้ว โดยเหตุนี้ถัดจากนี้ไปพวกเราก็จะเริ่มมองเห็นการนำสองสิ่งนี้มาใช้ในธุรกิจกันมากยิ่งขึ้นแล้วก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับในสิ่งที่ต้องการไม่เหมือนกันนานาประการให้พวกเราได้เลือกใช้กัน

เหล่าคน IT บางทีอาจจำเป็นต้องเริ่มศึกษาว่าเทคโนโลยีกลุ่มนี้ปฏิบัติงานได้ยังไง แล้วก็ปรารถนา IT Infrastructureเบื้องต้นยังไงเพื่อใช้งานได้อย่างมีคุณภาพรวมทั้งไม่เป็นอันตราย ในตอนที่เหล่าบุคคลภายนอกสาย IT ก็บางทีอาจจะต้องศึกษาว่าในธุรกิจของตนเองมีการนำเทคโนโลยีพวกนี้ไปใช้อย่างไรบ้าง เพื่อนำมาเป็นแถวทางปรับใช้ในธุรกิจของตัวเอง รวมทั้งประเมินความคุ้มราคาสำหรับเพื่อการลงทุนได้อย่างเที่ยงตรง รวมทั้งทำความเข้าใจว่าจำเป็นจะต้องตั้งขึ้นคณะทำงานเช่นไรสำหรับเพื่อการนำเทคโนโลยีพวกนี้มาใช้จริงให้ได้ประสบความสำเร็จ

8. GovTech & FinTech

อีกทั้งภาครัฐและก็สถาบันการเงินต่างก็ปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ๆออกมาตอบปัญหาพสกนิกรรวมทั้งภาคธุรกิจกันโดยตลอด การต่อว่าตามว่ามีเทคโนโลยีใหม่ๆอะไรบ้าง และก็เทคโนโลยีพวกนั้นจะเป็นประโยชน์หรือมีการเสี่ยงเช่นไรเพื่อจะได้ประเมินถูกว่าควรจะเริ่มใช้งานเทคโนโลยีนั้นหรือไม่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ทุกๆคนควรทำ อีกทั้งสำหรับในการประยุกต์ใช้งานส่วนตัวแล้วก็การนำมาใช้งานร่วมกับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะถัดจากนี้ที่อีกทั้งภาครัฐเองก็เริ่มก้าวไปสู่การเป็น Thailand 4.0 อย่างเต็มกำลัง แล้วก็ภาคการคลังในไทยเองก็เข็นเทคโนโลยีใหม่ๆออกมาตอบรับอีกทั้งกระบวนการทำ National ePayment และก็การจัดการกับเหล่า Startup ต่างๆ

9. Cybersecurity & Data Privacy

เรื่องนี้เกิดเรื่องที่ได้กล่าวถึงทุกปี (รวมทั้งเกือบจะในทุกหัวข้อที่เป็นเทรนด์ทางด้านเทคโนโลยีด้วยเหตุว่าภัยรุกรามในโลกไซเบอร์นั้นนับวันจะยิ่งนานาประการมากยิ่งขึ้นท่ามกลางโลกที่หมุนไปพึ่งพิงเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นทุกวันด้วยเหตุดังกล่าวสำหรับคนทั่วๆไปอย่างต่ำก็ควรจำเป็นต้องศึกษาวิธีการใช้ชีวิตบนโลกอินเตอร์เน็ตให้ไม่มีอันตรายพื้นฐานอัปเดตวัสดุอุปกรณ์ของตัวเองให้ไม่เป็นอันตรายอย่างสม่ำเสมอ และก็หมั่นอัปเดตข่าวอย่างสม่ำเสมอว่ามีการฉ้อโกงการจู่โจม หรือการเสี่ยงต่อตัวเองใหม่ๆอย่างไรบ้าง ราวกับที่อ่านข่าวสารรายวันเพื่อศึกษาว่าบรรดาขโมยหรือกลุ่มคดโกงมีมุกใหม่ๆมาเช่นไร

ส่วนในมุมของคน IT นั้นจะต้องปรับมุมมองว่างานด้าน Cybersecurity นั้นเกิดเรื่องที่ทุกคนจำต้องรับผิดชอบด้วยกันไม่ว่าใครจะปฏิบัติงานในส่วนไหนต่างก็จำต้องทำความเข้าใจแล้วก็ปฏิบัติเพื่อระบบที่เกี่ยวโยงกับตัวเองมีความยั่งยืนมั่นคงไม่เป็นอันตรายสูงสุด รวมทั้งมีการเสวนากันผ่านกลุ่มเพื่อขจัดปัญหาด้านนี้ด้วยกัน ในช่วงเวลาที่การให้ความรู้ความเข้าใจด้าน Cybersecurity แก่เหล่าบุคลากร รวมทั้งมีการสนับสนุนโดยฝ่ายบริหารให้เรื่องนี้เปลี่ยนเป็นหัวข้อสำคัญก็นับว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำด้วยเหมือนกัน

อีกหัวข้อที่มั่นใจว่าจะเริ่มมีการเอ๋ยถึงแล้วก็เรียกร้องกันเพิ่มมากขึ้น ก็คือความเป็นส่วนตัวของข้อมูล จากในตอนปีที่ล่วงเลยไปที่มีกรณีข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าแบรนด์ต่างๆหลุดออกมาค่อนข้างจะมากมายจนถึงกำเนิดความย่ำแย่ ไปจนกระทั่งบางแบรนด์แอบใช้งานข้อมูลของลูกค้าตัวเองจนกระทั่งเลยขอบเขตที่ลูกค้าจะยอม หัวข้อต่างกลุ่มนี้จะเริ่มมีความจำเป็นเยอะขึ้นเรื่อยๆเมื่อภาคธุรกิจในไทยจะเริ่มทำธุรกิจด้วยการนำข้อมูลมาใช้มากเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อน

แล้วก็ถ้าหากเอ๋ยถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล บรรดาภาคธุรกิจที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือลูกค้าทางยุโรปก็บางทีอาจจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องของ GDPR ซึ่งเป็นข้อบังคับทางด้านข้อมูลที่เหล่าประเทศในยุโรปจะบังคับใช้ในปี 2018 นี้ เพื่อวิเคราะห์ว่าธุรกิจของพวกเราจะต้องเปลี่ยนแปลงใจความสำคัญไหนยังไงหรือเปล่า

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *